เมื่อพูดถึง ไพ่คู่ JJ แล้ว เชื่อว่าคงต้องเคยได้ยินกันมาบ้างถึงการเทหมดหน้าตักตั้งแต่ช่วง Pre-flop ทันทีที่ได้ไพ่คู่นี้ แม้จะดูเด็ดเดี่ยว ดุดัน แต่ก็ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์กันเลยทีเดียว ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองได้ไพ่ดีระดับ Top 5 แต่สุดท้ายไม่ใช่ดังฝัน เพราะอะไรทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เราไปดูกันเลยดีกว่า

วิธีเล่นโป๊กเกอร์ด้วยไพ่คู่ JJ ให้ถูกวิธี

ทำไมมือใหม่ถึงคิดว่าไพ่ JJ ดี

แทบจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาและเห็นกันได้บ่อยมากกับเหล่ามือใหม่ที่ชอบ Raise ลงไปอย่างน้อยก็ 20 BB ทันทีที่พวกเขาได้ไพ่ JJ มาอยู่ในมือ นั่นก็เพราะคิดว่าไพ่คู่นี้สามารถเอาชนะได้ตั้งแต่ก่อนฟลอปจะออก ต่อให้ถูกคอลตามมาก็แค่คิดว่าอีกฝ่ายน่าจะมีไพ่คู่สูงกว่าแค่นั้นเอง

ยิ่งไปกว่านั้นบางคนเลือกที่จะเทหมดหน้าตักเลยด้วยซ้ำ โดยที่ไม่คิดทบทวนถึงแอคชั่นอื่น ๆ บวกกับสถิติที่ไม่ค่อยเสีย Pot ด้วย เลยทำให้อัตราแพ้-ชนะดูผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น เลยทำให้ผู้เล่นมือใหม่มักจะมองไพ่ JJ ดีเกินจริงอยู่บ่อย ๆ

แล้วไพ่ JJ ดีจริงไหม

เมื่อโป๊กเกอร์เป็นไพ่ที่ใช้ทักษะการคำนวณเราจะมาลองคิดกันเล่น ๆ สมมติว่า Buy in 100BB ชนะ Blind 8 ครั้ง (8 x 1.5 = 12BBX ต่อการเสีย 1 ครั้ง (-100BB) เท่ากับว่าทุกครั้งที่เรา All-in เข้ามาก็จะจบที่เสีย 9.8BB ((12 – 100)/9 = -9.8BB)

อัตราชนะ/แพ้ 8/1 ได้จากโอกาส 1/220 ที่ได้จากไพ่ JJ ในช่วง Pre-flop เพราะโอกาสที่จะได้รับ AA, KK, QQ อยู่ที่ 3/220 และบนโต๊ะก็เล่นกัน 10 คน เท่ากับว่ายังมีคนอื่นอีก 9 คนที่มีโอกาสติดไพ่ดีกว่า JJ อยู่ 27/220

อย่างไรก็ตามอัตราส่วนข้างบนนั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้เสมอ เช่น ทุกครั้งที่ JJ ชนะไพ่คู่สูงกว่าก็จะนับเป็นการชนะ 1 ครั้ง ต่อการเสียทุก ๆ 10 ครั้ง ค่า BB ก็จะเปลี่ยนเป็น 1.2BB ก็พอจะสรุปได้ว่าทุกครั้งที่ผู้เล่นมักจะคอลตามเสมอเมื่อได้คู่ QQ หรือสูงกว่า

ควรเล่นไพ่ JJ อย่างไรในช่วง Pre-flop

สิ่งแรกที่ควรทำเลยก็คือโยนแนวคิดที่จะ Raise หนัก ๆ หรือ All-in ไปเลยในช่วงนี้ออกไปซะ เพราะว่ายังมีวิธีเล่นที่เหมาะสมยิ่งกว่านี้และสามารถทำกำไรได้ดีด้วยความเสี่ยงที่ต่ำกว่า เนื่องจากโป๊กเกอร์เป็นเกมไพ่ที่ต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ ที่อยู่ในสถานการณ์นั้นมาช่วยวิเคราะห์และตัดสินใจ เอาง่าย ๆ ต่อให้เป็นผู้เล่นชุดเดิม ได้ไพ่ใบเดิม วิธีการเล่นก็จะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่นั่งของเรา, ตำแหน่งของเรากับผู้เล่น Loose หรือ Tight แบบสุด ๆ, ตำแหน่งของคนที่ได้ไพ่ที่ดี ไปจนถึงความผิดปกติของทฤษฎีต่าง ๆ หรือทฤษฎีความอลวน อีกด้วย

ในบรรดาปัจจัยต่าง ๆ ทั้งหมดที่กล่าวมา ตำแหน่งที่นั่งของเราถือเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบโดยตรง สมมติว่าเราเล่นในตำแหน่ง BTN ก็จะมีวิธีเล่นอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าต้องไปอยู่ในตำแหน่ง UTG ก็จะใช้วิธีเดิมเล่นไพ่ JJ ไม่ได้แล้ว นั่นเพราะว่าตำแหน่งที่ดีจะทำให้ได้รับข้อมูลที่มากกว่าเสมอ

ส่วนผู้เล่นที่มาสไตล์สุดโต้งไม่ว่าจะเป็น Loose หรือ Tight มักจะสร้างปัญหาให้กับเราด้วยการ All-in ใส่ทุกมือ ทำให้วิธีเล่นของเราต้องขึ้นอยู่กับลำดับการตัดสินใจของอีกฝ่ายว่าอยู่ก่อนหรือหลังเรา โดยไม่ต้องสนใจว่าเราจะเล่นในตำแหน่งไหน แต่ในเมื่อเราถือ JJ ไว้ในมี แล้วมีคนถือ AK ที่เหนือกว่าก็ต้องไปดูลำดับการตัดสินใจระหว่างเขากับเราเช่นกัน หากทางนั้นได้ตัดสินใจก่อนก็เท่ากับว่าเขาเป็นผู้นำเกม แต่ถ้าเล่นทีหลังฝั่งเราก็มีโอกาสได้เป็นผู้นำเกมเช่นกัน

ขณะที่ทฤษฎีความอลวลมักจะเกิดจากการที่มีบางสิ่งบางอย่างมากระทบต่อการเล่นของเราโดยตรง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือผิดแผนนั่นเอง ซึ่งมันมีทั้งส่งผลดีและผลเสีย เนื่องจากมันเป็นเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการคาดเดานั่นเอง ดังนั้นการเล่นไพ่ JJ ในช่วง Pre-flop จะเน้นไปที่การเก็บข้อมูลคู่ต่อสู้ล้วน ๆ หากไม่มีใครถือไพ่ที่ใหญ่กว่าเรา ก็เท่ากับว่าเรามีโอกาสชนะ Pot มากขึ้น สิ่งที่ควรทำก็คือ Raise เพื่อเพิ่มมูลค่า Pot แต่ถ้ามีคนถือไพ่ใหญ่กว่า Raise นั้นจะช่วยให้รู้ข้อมูลไพ่ของอีกฝ่ายได้แทบจะทันที

หากว่ามีคน Raise ไปก่อนหน้าเราแล้ว สิ่งที่ทำได้ก็คือ Call เพื่อไปดู Flop แล้วค่อยตัดสินใจกันทีหลัง หรือจะ 3-Bet กลับไปเลยก็ได้ อาจจะทำให้อีกฝ่ายยอมหมอบได้เช่นกัน แต่ถ้าถูก Call กลับมา ก็เท่ากับว่าเราต้องเล่น Pot ที่ใหญ่ด้วยไพ่ที่เป็นรองเขาด้วย จำไว้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงในการเล่นไพ่ JJ คือทำให้ Pot เล็กที่สุด จะ Check หรือ Call ก็ได้ แล้วแต่สะดวก อย่าได้คิดเดิมพันเพิ่มทุกกรณี เพราะไพ่คู่นี้เป็นเพียงไพ่คู่ธรรมดาที่ยังมีไพ่ที่สูงกว่า วิธีที่ดีที่สุดก็คือทำ Pot ให้เล็กจะได้คุมง่าย

วิธีเล่นโป๊กเกอร์ด้วยไพ่คู่ JJ ให้ถูกวิธี

ไพ่ JJ Middle hand ที่ควรไตร่ตรอง

อย่างที่บอกไปแล้วว่าการจะเล่นคู่ JJ ด้วยการ Raise หนักหรือ All-in ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เนื่องจากไพ่คู่นี้เรียกได้ว่าเป็นคู่ที่ดีที่สุดในหมวดนี้ มีแค่ 25% ของสำรับเท่านั้นที่จะสูงกว่า JJ เมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นคนอื่นได้ไพ่สูงกว่า J แค่ใบเดียว ก็จะสร้างความได้เปรียบมากถึง 16% แน่นอนว่าถ้าได้สูงกว่าทั้งสองใบก็จะทำให้ได้เปรียบมากไปอีกเท่าตัวหรือ 32%

แต่ก็อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าโอกาสที่ผู้เล่นคนอื่นจะได้รับไพ่คู่ที่สูงกว่าเรามีเพียงแค่ 12% เท่านั้นในรอบ Pre-flop และจะมีคนที่ไพ่สูงกว่าเราแล้วตามเข้าไปดู Flop อยู่ที่ 32% เท่ากับว่าเราเสียไปแล้ว 44% อย่างไรก็ตามค่าสถิติเหล่านี้เป็นเพียงตัวเลขที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิธีการเล่นหรือสภาพจิตใจของผู้เล่น นั่นหมายความว่าในความเป็นจริงคนที่ได้ไพ่สูงกว่า JJ อาจจะไม่คอลตามก็ได้ เพียงแค่สถิตินี้ช่วยให้เรารู้จุดยืนของไพ่ JJ ว่ามันอยู่ตรงไหนกันแน่

ตารางความได้เปรียบของไพ่คู่ JJ

การเล่นโดยคำนึงถึงเปอร์เซ็นต์ความได้เปรียบเสียเปรียบเป็นสิ่งที่จะช่วยเราเล่นง่ายขึ้น สมมติว่ามี AA กับ 77 เรารู้ได้ทันทีว่าคู่ AA ได้เปรียบกว่ามาก ดังนั้นก่อนที่จะเล่นไพ่คู่ JJ เราจำเป็นต้องทราบถึงเปอร์เซ็นต์ความได้เปรียบของไพ่คู่นี้ด้วยว่ามากน้อยแค่ไหน เมื่ออยู่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ตามตารางดังนี้

ในตารางแรกเป็นการสุ่ม Hand ขึ้นมาวัดกับ JJ โดยใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยคำนวณการสุ่มของไพ่บนมือและบอร์ดตั้งแต่รอบ Flop, Turn และ River ซึ่งในแต่ละ Hand จะสุ่มไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านครั้ง

จำนวน Hand ที่สุ่มความได้เปรียบของไพ่ JJ
919%
822%
725%
629%
534%
440%
349%
261%
178%

จากตารางสามารถสรุปได้ว่าการมีผู้เล่นจำนวนมากใน Pot ทำให้อัตราความได้เปรียบของเราลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันโอกาสที่จะแพ้ก็มากขึ้นด้วย ทีนี้เรามาดูกันว่าเมื่อไพ่ JJ ต้องมาเจอกับคู่ต่อสู้ที่ถือไพ่อื่น Call ตามมาดู Flop จะเป็นอย่างไร

ไพ่ในมือคู่ต่อสู้ความได้เปรียบของไพ่ JJ
AA KK QQ18%
TT83%
AKs54%
Ats68%
78s78%

จะเห็นได้ว่าในบรรดาไพ่ทั้งหมดมีเพียงแค่ AA KK QQ เท่านั้นที่มีความได้เปรียบน้อยที่สุด จึงไม่แปลกที่ไพ่คู่นี้จะถูกยกให้ติด Top 10 ไพ่ดีของคนเล่นโป๊กเกอร์ ทว่าในความเป็นจริงแล้วคนที่คอลตามมาก็มักจะมีไพ่ที่สูงกว่า ทำให้เวลา Raise ต้องรู้ว่าไพ่ของเราอยู่ในจุดที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ทีนี้เรามาดูกันว่าใน Pot แต่ละแบบแต่ละ Hand ส่งผลต่อความได้เปรียบของ JJ มากน้อยแค่ไหนกันบ้าง

ตารางที่ 1 แสดงเปอร์เซ็นต์ความได้เปรียบใน Pot ที่ดีต่อไพ่ JJ

Handความได้เปรียบ (%)
J♣ J53%
9♥ 9♣9%
4 514%
3♦ 3♠13%
9♠ T♥11%

ตารางที่ 2 แสดงเปอร์เซ็นต์ความได้เปรียบใน Pot ที่ไม่ดีต่อไพ่ JJ

Handความได้เปรียบ (%)
J♣ J♦9%
A♥ A♣45%
K Q12%
5♦ 6♦20%
10♥ J♥15%

ตารางที่ 3 แสดงเปอร์เซ็นต์ความได้เปรียบใน Pot ที่มีทั้งดีและไม่ดีต่อไพ่ JJ

Handความได้เปรียบ (%)
J♣ J♦37%
A♥ K♣24%
3♣ 3♥15%
5♦ 6♦15%
A♦ 9♦9%

จากตารางทั้งสามจะเห็นได้ว่าตัวเลขดูไม่ค่อยมีความสม่ำเสมอ นั่นขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เล่นที่อยู่ใน Pot และไพ่ที่พวกเขาถืออยู่ด้วย แต่ว่าในตารางสุดท้ายจะเห็นว่าไพ่ JJ มีความได้เปรียบมากถึง 37% มันทำให้เรารู้สึกว่าโอกาสชนะคนอื่นมีมากจริง ๆ นี่แหละคือจุดสำคัญที่ผู้เล่นส่วนใหญ่พลาดกัน เพราะมองแค่คู่ที่ใหญ่กว่าเราเพียงอันเดียว เลยส่งผลให้วิธีการเล่นไพ่คู่นี้ไปเหมือนกับพวก KK หรือ AA ทั้ง ๆ ที่ในตารางที่ 2 จะเห็นว่าความแตกต่างระหว่า JJ กับ AA ห่างกันมากถึง 5 เท่าเลยทีเดียว

แนวทางการตัดสินใจเล่นในรอบ Flop

เมื่อรู้จักคู่ JJ กันดีแล้วไม่ว่าจะเป็นอัตราการต่อรอง, จุดอ่อน, จุดแข็ง ก็ได้เวลาตัดสินใจกันเสียทีว่ารอบ Flop นี้จะเอาอย่างไรดี อันนี้ตอบได้ง่ายมากเลยก็คืออย่าวางเดิมพันเด็ดขาด เพราะหลักการเล่นโป๊กเกอร์ก็คือเมื่อใดก็ตามที่ถือ Middle hand เราจะไม่วางเดิมพันเด็ดขาด เพราะคนที่ไพ่แย่กว่าจะไม่ตามมาเล่นแน่นอน และมีแต่คนที่ถือไพ่เหนือกว่าเท่านั้นที่คอลตาม ซึ่งมันจะทำให้เราคุม Pot ได้ยากขึ้นด้วย

อย่าง JJ ตอนอยู่ Pre-flop ยังเป็น Middle hand พอมาที่ Flop ก็ยังคงเป็น Middle hand เหมือนเดิม แต่ถ้าบังเอิญคู่ต่อสู้ของเราดันติด Flop จะส่งผลให้มือของเรากลายเป็น Bottom hand ไปเลย สรุปก็คือการที่ไพ่คู่นี้จะเป็นไพ่ที่ดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่ากำลังสู้กับไพ่อะไร บอร์ดเอื้อต่อไพ่ในมือมากน้อยแค่ไหน จำไว้เลยว่าการคุม Pot ให้เล่นก่อนเล่นทำง่ายกว่ารอให้บอร์ดเข้าข้างเราเสียอีก

วิธีเล่น Pot เล็กด้วยมือเล็ก

ในกรณีที่ไพ่ในมือเราไม่ได้ดีมาก สิ่งที่ต้องทำก็คือเล่นให้ Pot เล็กที่สุด สมมติว่าเราถือ JJ Flop ออก 2♣ 4♥ 9♠ ในสถานการณ์นี้มีความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะมีคู่สูงกว่าหรือติด Set จากบอร์ดไปแล้ว การแอคชั่นด้วย Check Call หรือ Bet ให้น้อยกว่า Pot สัก 50% จะช่วยให้ Pot ไม่โตไว ยิ่งเราวางเงินมากมูลค่า Pot ก็จะโตตามไปด้วย และมันก็ไม่คุ้มแน่กับการเล่นด้วยมือเล็ก ๆ ของเรา แล้วถ้าคู่ต่อสู้ของเราเลือกที่จะ All-in ด้วยคู่กลางหรือต่ำกว่า ก็จะทำให้ไพ่ JJ ของเราดีขึ้นมาได้เช่นกัน

วิธีเล่นโป๊กเกอร์ด้วยไพ่คู่ JJ ให้ถูกวิธี

เทคนิคการเล่น JJ ในช่วง Flop

แม้ว่าเราจะไม่สามารถคาดเดา Flop ที่จะออกมาได้ ด้วยความน่าจะเป็นที่หลากหลายเราแบ่งออกเป็น 3 สถานการณ์ใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

สถานการณ์แรก คือ Flop ที่จะช่วยให้ไพ่ของเรากลายเป็นไพ่ที่ดีที่สุด เช่น J♣ 7♦ 2♦ บอร์ดที่ออกมาลักษณะนี้จะส่งผลให้ JJ ของเรามีโอกาสชนะมากถึง 73% ต่อให้อีกฝ่ายถือ AA ก็มีโอกาสชนะเพียงแค่ 11% เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นการออก Flop ที่ช่วยพลิกสถานการณ์ได้อย่างมาก สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ก็คือหากลยุทธ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ Pot ใหญ่เท่าที่จะทำได้

สถานการณ์ที่ 2 จัดว่าไม่ดีไม่ร้าย สมมติว่า Flop ออก 8♥ 2♥ 6♦ การออกบอร์ดประมาณนี้ทำให้เรามีโอกาสชนะสูงก็จริงจากการถือ Overpair แต่ไม่ได้สร้างความได้เปรียบให้กับคู่ต่อสู้มากนัก เนื่องจากอีกฝ่ายอาจมีคู่ใหญ่กว่าเราหรืออาจติด Flush ในไพ่ใบต่อไปก็ได้ ซึ่งมันจะทำให้เรากลายเป็นคนแพ้ได้เช่นกัน สิ่งที่ควรทำก็คือคุม Pot ให้เล็กไว้ก่อนแล้วดูว่าไพ่ใบต่อไปทำให้มือของเราหรือใครดีขึ้นกว่ากัน

สถานการณ์สุดท้าย อันนี้เรียกได้ว่าเลวร้ายสุด ๆ ก็ได้ สมมติว่า Flop ออก A 7 6 แบบนี้จะทำให้เรามีโอกาสชนะเพียงแค่ 7% เท่านั้น ขณะที่ A♣ K♠ หรือ 10♥ 9♥ มีโอกาสชนะมากกว่า ทางเลือกที่ดีคือหมอบเท่านั้น

JJ เล่นในทัวร์นาเมนต์ได้หรือไม่

บอกเลยว่าเล่นได้แต่เล่นยากกว่า Cash game มาก เนื่องจาก Stack ของเราจะเล็กมาในช่วงแรก จึงต้องโฟกัสไปที่การเอาชนะในช่วง Pre-flop ให้ได้ อย่าง Stack 20BB JJ อันนี้ถือว่าดีมาก หากได้มาให้รีบ All-in ในช่วง Pre-flop หรืออย่างช้าคือ Flop ไม่งั้นโดนเก็บแน่ ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะกลยุทธ์ในการเล่น JJ คือเน้นที่ Stack เล็ก ๆ มูลค่าไม่เกิน 100BB ดังนั้นถ้ามั่นใจว่าไพ่ JJ ของเราดีที่สุดก็จัดเต็มได้เลย อย่างไรก็ตามความผิดพลาดเล็ก ๆ ในทัวร์นาเมนต์อาจส่งผลต่อเราทั้งเกม การตัดสินใจต้องแม่นยำจริง ๆ

มาถึงตรงนี้แล้วเราก็สรุปได้ว่าไพ่ JJ เป็นอีกหนึ่งไพ่คู่ที่เล่นยากที่สุดโดยเฉพาะมือใหม่ การเล่นด้วยความระมัดระวังให้มาก หากไพ่ไม่ดีก็เน้นเล่น Pot เล็ก แต่ถ้ามีดีในมือก็เล่นไปให้สุดได้เลย จำไว้ว่าไม่ไหวอย่าฝืนและห้ามหมดตัวได้ไพ่เพียงคู่เดียวเป็นอันขาด

Similar Posts